個人檔案เด็กรักม้าที่หวังจะมีม้า...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
9月7日 เที่ยว(ตอน)กลางคืนอ่ะ อ่ะ อย่าเพิ่งตกใจกับชื่อบล็อกนี้นะคะท่านผู้อ่าน
มันก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั่งซ้อนมอไซด์แว้นไปทั่วเมืองในยามวิกาลหรอกนะ
อืม แต่ว่าไปมันก็พอมีเรื่องราวให้ได้เขียนเล่าอยู่บ้าง
มิเช่นนั้นคงไม่นำมาเล่าสู่กันฟัง อิอิ
...
เริ่มกันที่เรื่องขำๆเมื่อคืนวันศุกร์สองอาทิตย์ที่ผ่านมาละกันเนอะ
วันนั้นอันยางแวะมาเล่นที่บ้าน ขณะที่นั่งดูทีวีกับแบ๋นา อันยาง อันมิน และลองอยู่นั้น
ลองก็หันมาบอกฉันว่า นิ่ม อันยางถามไปเที่ยวมั้ย ฉันตอบไปโดยไม่ต้องคิด ไปค่ะ
แล้วอันมินซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งก็ขยับมาใกล้ฉันกับแบ๋นา พร้อมถามว่า วันนี้อ่านหนังสือรึยัง
ฉันก็บอกไปตามตรง ยังแต่พรุ่งนี้วันหยุดน้า อันมินก็ยิ้มบอก ไปอ่านหนังสือได้แล้ว ไรประมาณนั้น
ฉันก็หน้ามึน ยิ้มหวานให้แล้วส่ายหน้า อันมินคงหมดคำจะพูดได้แต่ยิ้มตอบ
วันนั้นฉันไม่ได้ไปกับอันยาง เพราะป้าบอกว่าช่วงนี้รถบรรทุกออกมาเยอะ
ถ้าไปตอนทุ่มนึงกลับมาสามสี่ทุ่ม ก็โอเค แต่ตอนที่ขอประมาณสองทุ่มกว่าๆ
รถกำลังเยอะ ป้าเลยบอกไว้ไปพรุ่งนี้
เช้าวันเสาร์ เช่นเคย แบ๋เฟืองมารับพาไปซื้อเสื้อกับกางเกงเพิ่ม
เอาไว้ใส่ทำงานอ่ะนะ ซื้อเสร็จก็ไปเล่นที่บ้านแบ๋เฟือง
แล้วเย็นๆแบ๋เฟืองก็มาส่ง นี่ถ้าไม่มีแบ๋เฟืองเหงาน่าดูเลยนะเนี่ย อิอิ
ค่ำๆ อันยางก็กลับจากทำงานเอาของมาเก็บ
แล้วแวะไปทำธุระเดี๋ยวกลับมารับฉันไปเที่ยว
ฉันเดินไปเปิดประตู แล้วอันมินก็เดินมาบอกว่า วันนี้มืดแล้ว
ไปเที่ยวไม่ดีหรอก ไว้วันหลังอันมินจะพาไป
น่าน ออกแนวหวงน้องสาวมากๆ อย่างว่า น้องน่ารักก็งี้ละ คริคริ
แต่สรุปแล้วอันยางก็พาฉันไปจนได้ ก็ป้าให้ไปนี่น่า ฮ่าๆๆ
อันยางพาไปกินไอติมร้านขึ้นชื่อซึ่งฉันเคยไปเมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว
ฉันไม่ได้คุยอะไรกับอันยางมากนัก อันยางพูดอังกฤษได้ไม่มาก เลยคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง
ฉันเลยได้แต่นั่งเงียบๆ คุยบ้าง อังกฤษนิด เวียดนามหน่อย
แต่วันนั้นก็ทำให้ฉันรู้ว่า หนุ่มสาวโฮจิมินต์เค้าไปจู๋จี้กันทีไหน ฮ่าๆๆ
จะบอกว่าสะพานข้ามแม่น้ำไซง่อนนะ เป็นคู่ๆ เรียงกันไปสองข้างทางเลย
คิดได้ในบัดนั้น ถ้าหนุ่มไหนพาสาวมาที่สะพานนี้ยามค่ำคืน
แสดงว่าคนคู่นั้นเป็นมากกว่าเพื่อนแน่นอน อิอิ
...
ช่วงสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านไป อันยางมาอยู่ที่บ้านในช่วงที่อันมินไม่อยู่
วันจันทร์หลังเลิกงานอันยางเลยมารับพาไปกินข้าว แล้วก็ไปดูหนัง (วันอังคารหยุดงานอ่ะนะ วันชาติ)
โรงหนังเล็กมากเลยละ นี่ขนาดโรงหนังในห้างอันดับหนึ่งของที่นี่นะเนี่ย
วันนั้นไปดู MAMA MIA สนุกดี ชอบๆ ถึงแม้จะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ตาม
ก็แหม่ ภาษาอังกฤษฉันไม่ได้เก่งอะไรมากมาย ซับไตเติ้ลเวียดนามก็อย่างไปพูดถึง
สรุปแล้วก็สนุกดี ดูหนังเสร็จก็กลับบ้าน
แล้ววันพุธก็ได้ไปนั่งกินกาแฟกับเพื่อนๆของอันยาง
เพื่อนอันยางเค้ามาแจกการ์ดแต่งงานอ่ะนะ
ฉันเลยได้ถามว่าเมื่อไหร่อันยางจะแต่ง อันยางก็บอกไม่รู้ ยังไม่มีตังค์
แต่งงานที่นี่คงต้องมีเงินไปขอลูกสาวเค้า พร้อมค่าจัดงานอ่ะนะ
ฉันเคยได้คุยกับแฟนอันยาง เสียงน่ารักดีละ ตอนที่คุยกับฉันเดาว่าต้องยิ้มตลอดแง๋ๆ
ได้ยินเสียงเหมือน หัวเราะ ยิ้มๆ ขำๆ คงฟังฉันพูดเวียดนามไม่รู้เรื่องละมั้ง ฮ่าๆๆ
ฉันก็นั่งดูอันยางคุยกับเพื่อนสามคน พร้อมดูทีวีไปด้วย สักพักมีพี่อีกคนเข้ามา
และแล้วเรื่องมันก็เริ่มต้นขึ้น พี่เค้ามานั่งได้ไม่นานนัก
ก็หยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งมวนพร้อมกับจุดและสูบ ฉันซึ่งตอนแรกนั่งอยู่นิ่งๆ
ก็เริ่มหันซ้ายหันขวา หันไปหาป้ายห้ามสูบบุหรี่ ทำไมในห้องแอร์เล็กๆแบบนี้ถึงไม่มีป้ายห้ามสูบนะ
ฉันพยายามอดทน แต่แล้วพี่เค้าก็ส่งบุหรี่ข้ามมาให้อันยาง
ม่ายจริงงงงงงง แค่นี้ฉันก็หายใจไม่ออกแล้ววววนะ
แต่แล้วมันก็จริง ฉันรู้สึกได้ว่าเริ่มตาลาย หายใจได้น้อยมาก พยายามทำเนียน
ดูหนังแล้วประมาณว่าเอามือมาปิดจมูกปิดปาก ตกใจกลัวไรแบบนั้น
มันช่วยได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังดีกว่า อยากจะออกไปรอข้างนอกก็กลัวจะน่าเกลียด
เลยต้องนั่งอดทนต่อไป สักพักอันยางก็พากลับบ้าน โอ้ สวรรค์โปรด
จำได้ว่าเคยนั่งร่วมวงกับใครหลายๆคนที่สูบบุหรี่ แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนี้
คงเพราะห้องมันเล็กมั้ง อากาศไม่ถ่ายเทเอามากๆมั้ง
กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยดีใจจริงๆ กลัวจะหลับในตกรถไปกลางทางอ่ะนะ แหะๆ
หลังจากไปกับอันยางมาสองสามครั้ง ทำให้รู้สึกว่าอันยางเหมือนมีหน้าที่พาฉันไปท่องเที่ยวตอนกลางคืน
ในขณะที่อันมินและแบ๋เฟืองคอยพาฉันไปนู่นมานี่ในตอนกลางวัน นึกแล้วก็ตลกดี
อันยางเป็นคนน่ารัก รักสัตว์ รักเด็ก ขำๆ ออกแนวลูกทุ่งๆ
ต่างกับอันมินที่จะนิ่งๆ คลาสสิคๆ ป้าฉันบอกมาอ่ะนะ ฉันดูๆแล้วก็ท่าจะจริง
หลังจากนั้นอันมินก็กลับมา อันยางก็กลับไปอยู่บ้านพักใกล้ๆที่ทำงานเหมือนเดิม
เมื่อวาน เป็นวันเสาร์ ปกติจะได้เจอแบ๋เฟือง แต่เสาร์นี้ไม่ได้เจอ
เพราะแบ๋เฟืองเปิดเทอมแล้ว เรียนวันเสาร์ด้วย
วันนี้อันมินมารับฉันที่ทำงานแล้วก็กลับบ้านเลย
ฉันขอให้อันมินแวะซื้อ Head-phone ก่อน อันมินก็บอกว่า ไว้เดี๋ยวตอนเย็นพาไปซื้อ
ฉันละงง ว่าทำไมไม่แวะซื้อไปเลยจะได้ไม่ต้องออกมา
อันมินก็บอกว่า ป้าคงรอ ฉันก็โอเคๆ
ค่ำเมื่อวานฉันเลยได้ออกไปเที่ยวชมเมืองกับอันมิน
อันที่จริงฉันไม่อยากไปเลย อยากอยู่บ้านกับป้ามากกว่า
เพราะวันนี้น้องๆไปงานวันเกิดเพื่อน น้าแขกกับโกงาไปเยี่ยมยายที่ป่วย ลองก็ไปเที่ยวกับเพื่อน
สรุปแล้วป้าอยู่กับพี่เลี้ยงอีกคนเท่านั้น แต่ป้าก็บอกให้ไปกับอันมิน
ไปซื้อของซะ อันมินจะพาไปกินกาแฟด้วย ฉันก็ค่ะๆ ไปก็ได้ค่ะ
ป้าคงกลัวฉันเหงาอยู่บ้านทั้งๆที่เค้าไปเที่ยวกันหมดละมั้ง
อันมินพาไปซื้อของก่อน เพราะกลัวร้านจะปิด จากนั้นก็พาไปชมดาวทาวน์
แหล่งที่พักและท่องเที่ยวของพวกฝรั่ง ร้านขายของที่ระลึก อันมินพูดอังกฤษคล่องขึ้น
กว่าตอนที่ฉันมาใหม่ๆ เลยทำให้ฉันได้รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้มากขึ้น
แต่ก็ยังไม่วายมีศัพท์ที่แปลกๆมาให้เดาอยู่เสมอๆหรอกนะ อิอิ
หลังจากพาวนรอบเมือง แล้วก็ถามฉันว่าอยากทำอะไร ชอบอะไรมากที่สุด
ไอ้ที่ฉันชอบก็หาได้สามารถทำได้สักอย่างในเวลานั้น
ฉันเลยถามว่า แล้วอันมินชอบอะไร อันก็บอกว่า กินกาแฟแล้วก็ฟังเพลง โอเคมั้ย
ฉันก็โอเคก็ได้ ฉันคิดว่าอันมินคงพาฉันไปร้านเหมือนอันยาง ไม่ก็เหมือนยีฮังพาไปละมั้งนะ
สักพักก็ไปจอดรถหน้าร้านอาหารและบาร์ไรสักอย่าง ดูท่าก็บรรยากาศดี
แต่เอ๊ะทำไม จอดแล้วตั้งท่าจะข้ามไปอีกฝั่ง แล้วก็ข้ามจริงๆ
อ้าวนั่นมัน Sheraton โรงแรมห้าดาวหนึ่งในสามที่ใหญ่ที่สุดของโฮจิมินต์นี่น่า
อันมินเดินเข้าไปอย่างคุ้นเคย พาฉันขึ้นไปชั้น 23 ชั้นบนสุดนั่นละ
พร้อมนั่งริมกระจกใส รับลมเย็นๆ จากข้างนอก
นึกถึงที่แม่นางหอยขมเล่าให้ฟังตอนฉลองครบรอบที่คบกับเจ๊
ก็ไปนั่งดินเนอร์ใต้แสงเทียนในโรงแรมหรูๆ แหม่โรแมนติกสุดๆ
ตอนนั้นฉันก็ได้แต่คิดว่า ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ไปกับหนุ่มไหนหรอก
แต่แล้วก็ได้มากับอันมิน ได้ข่าวว่ามากับพี่ชายเหอะ อันมินบอกว่ามากับลูกค้าบ่อยๆ อันมินชอบที่นี่
วิวสวย มีอยู่สองสามที่ที่สามารถเห็นวิวอย่างนี้ได้
อ่อ ลืมบอกว่าบริกรเค้ามารับออเดอร์ฉันเป็นภาษาอังกฤษละ ไม่อยากจะบอกว่า
ก็งี้ละนะ หน้าตาอินเตอร์ ฮ่าๆๆ
ฉันก็นั่งคุยกับอันมินไปเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่ฉันก็มักจะแซวเรื่องแฟนอันมิน
อยากให้พี่เค้าแต่งงานเร็วๆ จะได้มีน้องให้ฉันอุ้ม ฮ่าๆๆ เหตุผลสุดยอดมั้ยละ
นั่งคุยไปก็แบบว่าบรรยากาศดีมากๆ สุดยอดอ่ะ วิวสวยๆ เพลงเพราะๆ
ฉันก็แฮปปี้อยู่หรอกนะ แต่ดูเหมือนจะเทียบไม่ได้เลยกับมื้อค่ำวันนั้น
ริมถนนสายหนึ่งหูข้างขวารับฟังเสียงรถวิ่งสวนทางกันไปมา
ในขณะที่หูข้างซ้ายได้ยินเสียงกะทะกระทบตะหลิวพร้อมรายการสั่งอาหาร
แทรกด้วยเสียงของใครอีกคนเป็นระยะๆ
ใช่แล้วละที่เค้าว่า บางทีมันก็ไม่สำคัญว่าเราอยู่ที่ไหน
มันสำคัญที่ว่าเราอยู่กับใครมากกว่า
เมื่อกาแฟแก้วนั้นหมดลง ฉันกับอันมินก็ได้เวลาจากมา
สังเกตคนหลายๆคนที่มามักจะทานแค่กาแฟแล้วก็จากไป ก็มันเป็นบาร์เครื่องดื่มอ่ะนะ อิอิ
วันนี้คงต้องขอบคุณอันมิน ได้ข่าวว่ากาแฟสองแก้ว ถั่วเคี้ยวเล่น กับน้ำอีกขวดราคาสองแสนกว่าดง
คืนเมื่อวานจบลงที่การนอนไม่หลับ กาแฟแก้วนั้นทำพิษ ไม่น่าเลยเรา
ฉันเลยต้องมานั่งคิด และก็นอนคิดถึงวันเวลาแสนสุข บ้างเศร้า เคล้าด้วยความเหงาที่ผ่านๆมา
คิดถึงเพื่อนๆ ทั้งเก่าและใหม่ และใครต่อใครอีกหลายๆคน
ได้แต่หวังว่าทุกคนคงสบายดี คิดถึงจังจากใจเลย :)
"หวังว่าเธอคงสุขดี อยู่ตรงนั้นเจอสิ่งดีๆ
ฉันคงมีเพลงสิ่งเดียวทุกวัน มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง...
ป๋าเบิร์ด ธงไชย - มีแต่คิดถึง"
回應 (3)
引用通告此內容的引用通告是: http://jaonim.spaces.live.com/blog/cns!C0FE4BF15533E4C1!1503.trak 引述這則內容的部落格
|
|
|