個人檔案เด็กรักม้าที่หวังจะมีม้า...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
4月1日 "April truth's day"เรื่องนี้มันเริ่มขึ้นร่วมเดือนมาแล้ว ผู้ชายผู้รักเสียงดนตรี ดื่มด่ำในการแต่งเพลง มีเวลาว่างอยู่กับการปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือและเลี้ยงน้องหมา ฟังดูแล้วคงจะจินตนาการถึงผู้ชายบ้านๆ ออกแนวบ้านนอก ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น จริง! ถึงบ้านนอกแต่ก็ไม่ได้ล้าสมัยนะจ๊า เพราะในค่ำคืนนึง คืนนั้น ผู้ชายคนนี้ได้ส่งข้อความ ผ่านโปรแกรมแชทหัวปิงปองสุดฮิต(อันนี้เรียกเอง) ถึงเรื่องราวซึ่งคุณจะหาอ่านได้ที่นี่ http://www.lonelytrees.net/?p=950 อย่าลืมร่วมด้วยช่วยกันนะจ๊ะ ... วันนี้(1 เมษายน)วันที่ทุกคนสามารถโกหกได้โดยมิมีผู้ใดถือสา ลองคิดๆดูแล้ว จะโกหกอะไรใครก็ได้ เรื่องไหนก็ได้ทั้งนั้น ถ้ามีคนมาโกหกเรา ในเรื่องที่ไม่น่าเอามาเล่น พอรู้ว่าโกหกมันจะเป็นยังไงนะ แค่นี้ก็ไม่อยากจะคิดต่อแล้ว มันจะสนุกตรงไหนเนี่ยยยยย อีกอย่างพูดโกหกผิดศีลห้าอันเป็นพื้นฐานยิ่งอีกต่างหาก ถึงจะไม่มีใครถือสา แต่มันก็คงไม่ใช่เรื่องดีนัก ฉะนั้นไม่เอาด้วยหรอก ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้เห็นแคมเปญเท่ห์ๆ ที่มีชื่อว่า "April Truth's day" ที่ผู้ชายบ้านนอกส่งมาให้ ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าแคมเปญนี้จะได้สมาชิกเพิ่มอีกหนึ่งคนอย่างแน่นอน ซึ่งพี่ก้อง ทรงกลด(นี่ๆ สนิทสนมขนาดนั้นเลยละ) บอกว่าจะเอางานใครมาดัดแปลงก็ได้ แต่ก็ให้เครดิตเค้าด้วย เหอะๆ ไม่อยากจะคุย ระดับนี้แล้วแปลงงานใครไม่ได้หรอก เดี๋ยวของเค้าจะเสียหมด (ฮิ้วววว) เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงเป็นที่มาของเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ที่คิดว่าจะช่วยโลกได้(ติ๊ดดนึง) ... อย่างที่รู้ๆกันว่า การกินเนื้อวัวมีส่วนทำให้โลกร้อน เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะว่าระบบขับถ่ายของวัว มีส่วนช่วยเพิ่มก๊าซมีเทนเข้าไปในชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีผลต่อสภาวะโลกร้อนด้วยนะซิ ซึ่งเมื่อคิดแล้วก็เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงพอสมควรเลยนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้าน้อยช่วยลดโลกร้อนมาตั้งแต่สมัย ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเรื่องโลกร้อนเลยด้วยซ้ำ (น่าน พูดดีเข้าตัวตลอด คริคริ) แต่ก่อนเหตุผลที่ไม่กินเนื้อดูหาสาเหตุที่จะบอกใครเค้ายาก ยิ่งมาอยู่ที่นี่ คนกินเนื้อก็เยอะอยู่ด้วย ชอบถามจังว่าทำไมไม่กินเนื้อ ตอนนี้มีเหตุผลดีๆ ไว้ตอบเค้าละ "ช่วยลดภาวะโลกร้อนคะ" วี๊ด วิ้ว เท่ห์ซะไม่มี อ่อ แล้วจากที่เคยอ่านมาจากที่ไหนสักแห่งเค้าบอกประมาณว่า ถ้าเราลดการกินเนื้อสัตว์ลง จะมีเมล็ดพืชถูกส่งไปให้โลกที่สามเพิ่มขึ้นหลายเท่า งง งงอะดิ เกี่ยวกันตรงไหน ตอนแรกก็งงเหมือนกัน แต่ก็พยายามทำความเข้าใจเลย มีเหตุผลมาให้ข้อนึง คือ ถ้าลดการเลี้ยงสัตว์ลง เมล็ดพืชที่จะให้สัตว์เหล่านั้นกิน อาจจะตกไปถึงโลกที่สามนั่นเอง อันนี้คิดเองนะ ถ้ามีเหตุผลอื่นกรุณาแนะนำ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งที่ทำให้กระจ่างขึ้นอีก อืม แล้วมันเกี่ยวกับโลกร้อนตรงไหน น่าจะตรงที่ว่า อุตสาหกรรมการเกษตรไม่ปล่อยก๊าซมีเทนที่เป็นตัวเพิ่มความร้อนในอากาศละ มันก็เหตุผลเดียวกับข้อที่ผ่านมานั่นแหละนะ เพราะฉะนั้นถ้าเราลดการกินเนื้อสัตว์ลง การเลี้ยงสัตว์ก็น่าจะลดลงด้วย จากข้อความข้างต้น สามารถสรุปเป็นใจความสั้นๆ ได้ว่า เรามากินผักกันเถอะเนอะ ย่อยง่าย และดีต่อสุขภาพ แต่ไม่ใช่ไม่ต้องกินเนื้อสัตว์เลยนะ กินบ้างเพื่อให้มีธาตุอาหารครบ กินแต่เพียงพอดี พอที่โลกจะปรับสมดุลได้ นอกจากกินผัก แล้วก็อย่าลืมปลูกต้นไม้ด้วยนะ ช่วยกันคนละนิด คนละหน่อย โลกคงจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเนอะ ว่ามั้ย :) I Vote Earth! and you? ... ขอแอบเพิ่ม เรื่องราวเล็กๆที่ไม่เกี่ยวกับโลกร้อน แต่ไหนๆ อัพแล้วก็อยากจะเล่าสู่เพื่อนๆฟัง พร้อมชักชวนกันทำไปเลยทีเดียว "ลองตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้วทำให้ได้" เริ่มจากเรื่องเล็กๆน้อยๆรอบตัวเรานี่ละนะ จะขอยกตัวอย่างสักหนึ่งเรื่องที่ข้าน้อยได้ลองทำดู เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อวันก่อนที่ทำงาน มีพี่คนไทยจากกันตนามาสอนเรื่องเทคนิคต่างๆ วันที่มาใช้สตูดิโอที่ตึกของข้าน้อย พี่เค้ามาสอนเรื่องการจัดไฟ ว่าต้องให้แสงกับแบบยังไง มีไฟสามดวง สองดวง หรือดวงเดียวจะจัดยังไง มุมกล้องช่วยได้ตรงไหน แผ่นสะท้อนแสงช่วยได้ยังไง หลังจากที่พี่เค้าอธิบายในกระดานเสร็จ ก็มาถึงการจัดไฟให้ได้เห็นของจริง ข้าน้อย ซึ่งในใจแอบคิด แอบตั้งใจจะเป็นแบบให้การจัดไฟครั้งนี้ นี่ๆๆ ประมาณว่า มั่นใจ ขึ้นกล้องคะ ขึ้นกล้อง แล้วพี่เค้าก็เรียกฉันไปเป็นแบบจริงๆ "ไอ้ตัวเล็ก ขึ้นไปนั่งซิ" จะบอกว่า ภาพที่เห็นในจอมอนิเตอร์นี่ เหมือนสัมภาษณ์เบื้องหลังการถ่ายหนังของนักแสดงนำ(ต้องนักแสดงนำด้วยนะ :Đ)มากๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าไฟไม่กี่ดวง และแผ่นสะท้อนบวกด้วยมุมกล้อง จะทำได้ถึงขนาดนี้ แต่ก็อย่างว่าละนะ ของแบบนี้มันต้องขึ้นอยู่กับแบบด้วย ฮ่าๆๆ จากเรื่องข้างต้น พอจะเห็นได้ว่าดูเป็นเรื่องเล็กน้อยมากๆ มากจนเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ในความไม่มีอะไรนั้น มันบอกกับข้าน้อยว่า หากเราตั้งใจจะทำอะไรและพยายามทำ เราจะต้องทำได้ เริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ สร้างสมความมั่นใจให้ตัวเองไปทีละน้อยๆ นอกจากตั้งใจมั่นแล้ว ยังต้องพยายามและหาโอกาสให้ตัวเองด้วย เช่นเรื่องเป็นแบบให้การจัดไฟ ถ้าตั้งใจอยากเป็นแบบ แล้วเอาตัวเองเข้าไปซ่อนอยู่ในซอกหลืบมุมห้อง พี่เค้าจะตะโกนเรียกมั้ย ว่า "ไอ้ตัวเล็กที่อยู่ในหลืบมานั่งเป็นแบบให้พี่หน่อยซิ" เค้าคงจะบอกล่ามให้เอาใครมาเป็นแบบให้ แต่ด้วยความที่ข้าน้อยสร้างโอกาสให้ตัวเองโดยการ ไปอยู่ใกล้ๆ เก้าอี้ที่จะให้แบบนั่ง ไปยืนเหมือนเกะๆกะๆ แถวไฟที่จะใช้จัด จนพี่เค้าเห็น แล้วเอาความเกะกะของฉันไปวางให้ถูกที่เพื่อให้เกิดประโยชน์ :) จากที่ข้าน้อยได้ทำมา ทำให้รู้สึกว่า เราสามารถเพิ่มความมั่นใจ ให้ตัวเองได้จากเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องที่เราตั้งใจและพยายามจะสามารถสำเร็จได้นะ มันก็ยังพอมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องความรู้สึกที่ต้องขึ้นกับใครอีกคนด้วยเนี่ย เราอาจจะไม่สามารถสมหวังในเรื่องแบบนี้ได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับคนสองคน ไม่ใช่เราคนเดียว และเรื่องความรู้สึกมันพูดยากจริงๆ คริคริ อันนี้ตัวอย่างนะ ตัวอย่าง อ่อ อีกเรื่อง ช่วงนี้อากาศกำลังร้อน โลกก็ยังร้อน พยายามทำใจเย็นๆ สบายๆ ด้วยการมองโลกในแง่ดีเข้าไว้นะ บางทีไอเย็นภายในกายภายในใจเรา อาจจะระบายออกมาภายนอก เพื่อช่วยลดอุณหภูมิให้คนรอบข้างบ้าง และอาจจะเผื่อแผ่ไปถึงโลกก็ได้นะ ช่วยๆโลกกันหน่อยนะ ร้อนจะแย่อยู่แล้ว :) "I see trees of green, red roses too I see them bloom for me and you And I think to myself, what a wonderful world I see skies of blue and clouds of white The bright blessed day, the dark sacred night And I think to myself, what a wonderful world The colours of the rainbow, so pretty in the sky Are also on the faces of people going by I see friends shakin' hands, sayin' "How do you do?" They're really saying "I love you" I hear babies cryin', I watch them grow They'll learn much more than I'll ever know And I think to myself, what a wonderful world Yes, I think to myself, what a wonderful world Louis Armstrong - What A Wonderful World" 回應 (4)
引用通告此內容的引用通告是: http://jaonim.spaces.live.com/blog/cns!C0FE4BF15533E4C1!1740.trak 引述這則內容的部落格
|
|
|