個人檔案เด็กรักม้าที่หวังจะมีม้า...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
4月10日 "วันไม่ธรรมดากับเรื่องไร้สาระ"สวัสดีผู้ชายบ้านนอก ปล. ขอโทษทีนะแก ที่วีดีโอดูไม่ได้ ไว้ฉันจะพยายามลงใหม่นะนานเท่าไหร่แล้วนะที่ฉันไม่ได้เขียนหาแก ช่างเป็นเพื่อนที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลยจริงๆ ที่ฉันเขียนมาหาแกคราวนี้ ไม่ใช่เพราะฉันรู้สึกผิด อย่างเดียวหรอกนะ แต่เป็นเพราะวันที่ไม่ธรรมดา เดินทางมาทักทายฉันแล้วต่างหาก โอกาสอันดี ที่ฉันจะได้เขียนหาแกบ้างก็มาถึงซะที เมื่อวันเสาร์ที่สี่เมษาที่ผ่านมา เป็นวันที่ฉันได้หยุดในรอบ เกือบสองเดือน ตั้งแต่ช่วงตรุษจีนเลยละมั้ง มันเป็นวันกษัตริย์องค์แรกของเวียดนามอ่ะนะ แน่นอน ฉันดีใจมากๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น คนขี้เกียจไปทำงานยังไงยังงั้นเลยนะ แต่เปล่าหรอก ฉันก็แค่อยากไปร้านหนังสือ หาซื้ออะไรนิดๆหน่อยๆเท่านั้น แต่ไม่มีโอกาสสักที เพราะทำงานทุกวัน วันเสาร์ทำครึ่งวันแต่กว่าจะ กลับมาถึงบ้านก็นู่นบ่ายสาม ช่วยงานนู่นนี่ที่บ้านอีก สรุปเย็น หมดไปอีกหนึ่งวัน นั่นละคือวันเสาร์ปกติของฉัน ส่วนวันจันทร์ถึงวันศุกร์ก็เรียนสองชั่วโมงแล้วไปทำงาน กลับถึงบ้านก็ประมาณทุ่มนึง และสำหรับวันอาทิตย์ ออกไปทำรายการถ่ายทอดสดมวยเวียดนามตั้งแต่ประมาณเก้าโมง กลับมาถึงบ้านก็ หกโมง เป็นอย่างนี้วนไปวนมา แล้วแกจะไม่ให้ฉันดีใจได้ยังไง เมื่อวันหยุดมาถึง วันที่ฉันจะได้ไปร้านหนังสือสักที ณ ร้านหนังสือแรก ฉันได้พบกับหนังสือที่ถูกใจมากๆๆๆ แต่หาได้มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะหยิบติดมือกลับมาไม่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่มหนา หน้าตาอังกริซ อังกฤษ ที่ฉันหยิบดูแล้วดูอีก สุดท้ายก็เป็นอันอยู่ที่เดิม ที่ๆมันจะรอและคอย ผู้ซื้อท่านอื่นต่อไป ร้านหนังสือนี้หาได้มีหนังสือที่ฉันต้องการเล่มอื่นๆ ฉันเลยเดินไปอีกร้านนึง ซึ่งก็ห่างกันไม่มากนัก ระหว่างทางฉันแวะเข้าซอกหลืบเล็กๆ หาซื้อวัสดุอุปกรณ์เล็กๆน้อยๆ ที่ฉันตั้งใจมาหาในวันนี้ด้วย (ในร้านหนังสือไม่มีขายอะนะ) ดีใจที่อย่างน้อยก็ได้ของที่ต้องการแล้วสองชิ้น ณ ร้านหนังสือร้านที่สอง ฉันเดินวนไปวนมาอยู่นาน ก็หาได้เจอหนังสือที่ตามหาไม่ แต่ยังดีที่มีหนังสืออื่นๆ ที่ฉันอยากได้ด้วย สรุปหมดไปเลยครับท่านสี่แสน เงินที่เอาไปแทบเกลี้ยงเลยละแก ดีนะที่มีค่ารถเมล์กลับบ้าน ถึงฉันจะไม่ได้ไปงานหนังสือ แต่ก็มีโอกาสไปร้านหนังสือนะแก หวังว่าอนาคต หนังสือดีๆจากไทย จะได้รับการแปล เป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาเวียดนามก็ได้ ส่งมาขายตามร้านที่นี่บ้าง และเมื่อนั้น ฉันจะได้เจอหนังสือที่พยายามตามหาสักที ^^ และไม่อยากจะเชื่อว่า เมื่อวันจันทร์ที่หกเมษา ก็เป็นอีกวันที่ ฉันได้หยุดงานละแก เพิ่งรู้ว่าที่นี่เค้าก็หยุดวันจักรีกันด้วย (ใครสักคนบอกฉันมาน่ะ :)) อันที่จริงแล้วเค้าหยุดชดเชย เมื่อวันเสาร์ที่สี่ต่างหาก และวันนี้ฉันก็มีโปรแกรมพิเศษสุดๆเลยนะแก อ้นนิยูมิ พี่สาว(แต่ก่อนเพื่อน เดี๋ยวนี้พี่จะดีกว่า อิอิ)ชาวเกาหลี ชวนฉันไปทานมื้อเที่ยงที่บ้าน แน่นอน นานๆจะได้หยุดสักที ฉันขออนุญาตป้าเรียบร้อย ก่อนจะโทรคอนเฟิร์มอ้นนิยูมิ เช้าวันนั้นฉันเลยตื่นมาเด็ดมะม่วงที่ระเบียงบ้านสองสามลูก เก็บใส่ถุง เตรียมเอาไปฝากอ้นนิ(อ้นนิ แปลว่า พี่ ใช้เรียกพี่ผู้หญิง ภาษาเกาหลี) ก่อนจะลงมาสับมะม่วง ทำยำมะม่วงไปฝากอ้นนิด้วย วันนั้นฉันมีธุระต้องออกจากบ้านแต่เช้า แล้วก็ดันทำธุระ เสร็จเร็วกว่าที่คิดไว้ เลยตรงดิ่งไปหาอ้นนิ ซึ่งก็ก่อนเวลาที่นัดไว้ประมาณเกือบชั่วโมงอ่ะนะ ฉันนั่งรถเมล์ผ่านเข้าไปเขตฟุหมีฮึง เขตของคนเกาหลีก็ว่าได้ ถนนใหญ่ พื้นที่กว้างดูสะอาดตา มีสนามกอล์ฟด้วยนะแก จากนั้นก็ไปลงรถเมล์ที่หน้าสกายการ์เด้น ที่ที่ฉันจะได้พบกับ อัปปะจุงฮุค ซึ่งจะพาฉันไปหาอ้นนิอีกที สกายการ์เด้นใหญ่โตมากอะแก สูง แล้วแถมยังมีตั้งสี่ห้าตึก ใหญ่เว่อร์ ฉันไม่ได้เข้าไปหรอกนะ ยืนรออยู่ข้างนอก ไม่นานอัปปะจุงฮุคก็เดินลงมา จากนั้นก็นั่งแท๊กซี่ ไปหาอ้นนิที่อีกอพาร์ทเมนท์นึง อัปปะจุงฮุคพาฉันมาถึงอีกที่นึง พร้อมบอกว่าไม่แน่ใจว่าอ้นนิอยู่ห้องไหน ฉันเริ่มลังเล นี่ฉันจะได้เจออ้นนิมั้ยเนี่ย แต่แล้วก็มาถึงห้องจนได้ อัปปะกดกริ่ง แล้วเสียงน้องหมาก็ดังขึ้น พร้อมด้วยเสียงอ้นนิ ดังมาจากข้างใน "คิตตี" แล้วแฟนอ้นนิก็มาเปิดประตูให้ "อันยองอาเซโย" ฉันกล่าว ส่งยิ้ม และก้มหัวให้พี่เค้า พี่เค้าส่งยิ้มเป็นการทักทาย ก่อนจะไปถามฉันว่าดื่มอะไรดี และส่งน้ำเปล่าแก้วโตมาให้ฉัน อ่ะๆ แกอย่าเพิ่งนึกว่าฉันเก่งภาษาเกาหลีขนาดสื่อสารกับพี่เค้าได้ กับแฟนอ้นนิฉันพูดภาษาอังกฤษอ่ะนะ พี่เค้าพูดเวียดนามได้ไม่มากนักนะ จากนั้นฉันก็มาเล่นกับน้องหมา น่ารักมากๆเลยแก น้องหมาชื่อ ดุงงิ ละ แล้วอ้นนิก็เดินมาทักทายฉันก่อนจะไปเตรียมอาหารที่ครัวเล็กๆในห้องนั้น ฉันก็เดินวนไปวนมา ดูอ้นนิทำอาหารบ้าง ไปดูรูปอันนี่มูนกับรูปงานแต่งงาน และรูปไปเที่ยวของอ้นนิ กับอัปปะจุงฮุค โดยมีแฟนอ้นนิคอยเปิดให้ดูบ้าง แล้วก็ไปเล่นกับเจ้าดุงงิบ้าง บรรยากาศสบายๆ มากๆ เลยละแก ทั้งๆที่ฉันเป็นคนต่างชาตินะเนี่ย เสียงเพลงเกาหลีเปิดคลออยู่เบาๆ เสียงภาษาเกาหลีที่ส่งไปมาหากัน พร้อมด้วยอังกฤษบ้าง เวียดนามบ้าง ต่างชาติ ต่างภาษา แต่ก็ดูอบอุ่น และสื่อสารกันได้ บางทีอาจจะไม่ใช่ภาษา ที่เราใช้สื่อสารกัน อาจจะเป็นใจก็ได้ที่เราใช้พูดคุยกัน (น่าน เวอร์กว่านี้มีอีกมั้ย) เวลาประมาณเที่ยงละมั้ง ที่อาหารเรียกน้ำย่อยมื้อนั้นพร้อม อ้นนินำพิซซ่ากิมจิ พัมกิ้นชุปไข่ทอด และยำมะม่วงของฉัน มาเสริฟบนโต๊ะเล็กๆสีดำ จะบอกว่าอร่อยมากๆ ฉันชอบพัมกิ้นชุปไข่ทอดมากๆเลยละแก พิซซ่ากิมจิก็อร่อย กินแค่นี้ก็จะอิ่มละ ฉันบอกอ้นนิแค่นี้ก็จะอิ่มแล้ว อ้นนิบอกว่า งั้นไม่ต้องกินอีกนะ แฟนอ้นนิเค้าเตรียมทำบะหมี่ให้ทาน ฉันเลยวางมือจากอาหารเรียกน้ำย่อย นั่งเล่นอยู่อีกสักแป๊บ บะหมี่สัญชาติเกาหลีก็พร้อมเสริฟ แล้วตอนนั้นเองฝนก็กะหน่ำเทลงมาอย่างหนัก แฟนอ้นนิหันมาบอกฉันว่า เฟอร์เฟ็ค ฉันงง เฟอร์เฟ็คตรงไหนเนี่ย ก่อนจะอธิบายว่า ที่เกาหลี เค้ามักจะทำหมี่ชนิดนี้หรือกินหมี่นี้ตอนที่ฝนตก อ๋ออ อย่างนี้นี่เอง แฟนอ้นนิตักบะหมี่ให้ฉันเยอะมากๆ ฉันรู้ตัวโดยทันที ว่าไม่มีทางหมดแน่ๆ แล้วฉันจะทำยังไงดีละงานนี้ ฉันเห็นอ้นนิคีบปะหมี่ใส่ถ้วยของแฟน แล้วฉันละ ฉันหันไปมอง อัปปะจุงฮุคที่นั่งอยู่ข้างๆพร้อมทำตาปริบๆ อัปปะคงจะรู้ความหมายโดยทันที ยื่นถ้วยของอัปปะมาให้ฉัน ฉันคีบให้ไปกว่าครึ่ง ก่อนจะกล่าวขอบคุณที่ช่วยฉัน เราสี่คน นั่งกินหมี่ไป คุยกันไป แฟนอ้นนิ ตักเครื่องปรุงใส่ให้ฉัน ฉันก็ได้แต่กล่าวขอบคุณ และเมื่อบะหมี่เริ่มพร่อง ฉันจึงถือถ้วยบะหมี่ร้อนๆไว้ในมือ ยกขึ้นซดน้ำซุปแสนอร่อย ขณะที่อากาศข้างนอกกำลังเย็นๆ นั่นละ ที่ทำให้ฉันเข้าใจคำว่า เฟอร์เฟ็ค ฉันจำไม่ได้ว่าฉันเคยเล่าให้แกฟังบ้างมั้ยเรื่องการใช้ชีวิตคู่ของคนที่นี่ ซึ่งทำให้ฉันไม่คิดจะแต่งงาน อยากจะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ คงจะดีกว่ากันมาก จากที่ฉันเห็น คู่ชีวิตคนเวียดนาม ผู้ชายไปทำงานกลับมาเหนื่อย จะไม่แตะต้องงานบ้าน อะไรใดๆทั้งนั้น ทานข้าวเสร็จช่วยเก็บจานเข้าครัว แล้วก็ไปดูทีวี หรือทำอะไร ปล่อยให้ผู้หญิงล้างนู่นนี่ไปตามระเบียบ บางทีฉันอาจจะชินกับการที่มีเพื่อนๆ คอยช่วยนู่นช่วยนี่ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรละมั้ง พอเห็นแบบนี้เลยไม่ค่อยชอบใจนัก มันก็คงเป็นปกติของคนที่นี่ ถ้าผู้ชายคนไหนช่วย ก็ถือว่าผู้หญิงคนนั้นโชคดีมากๆ แต่เมื่อฉันได้เห็น อ้นนิกับอัปปะคิม (แฟนอ้นนิ ชื่อ คิมอ่ะนะ) แล้วอดดีใจ และมีความสุขไปกับอ้นนิไม่ได้ เพื่อนของแฟนมาที่บ้าน เตรียมทำอาหารพร้อมต้อนรับอย่างเป็นกันเองมากๆ ทั้งๆที่อ้นนิอยู่บ้าน เป็นแม่บ้านอย่างเดียวนะ ไม่ได้ออกไปทำงาน แฟนอ้นนิยังช่วยเลย แถมฉันก็ยังมีโอกาสได้เห็นมุมน่ารักๆของแฟนอ้นนิ พูดและชี้ชวนให้ฉันดูรูป พร้อมอธิบายนู่นนี่ น้ำเสียงของพี่เค้าดูรักอ้นนิมากๆเลยละแก ฉันเริ่มรู้สึกว่า ถ้าเรามีคนที่คอยอยู่เคียงข้างเรา คอยช่วยเหลือเรา เป็นกำลังใจให้เราทั้งยามทุกข์ ยามสุขแบบนี้บ้างก็คงจะดี นี่ฉันไม่ได้ยั่วให้แกอิจฉาเพื่อเป็นการเอาคืนที่แกมายั่วฉันเรื่องหนังสือหรอกนะ แต่ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่ก็อีกนั่นละ สำหรับฉันมันคงจะยากน่าดู หรือแกว่าไง ฮ่าๆๆ วันนั้นจบลงที่การดูหนังเกาหลีที่ดีมากๆในความคิดฉันหนึ่งเรื่อง แม้ฉันจะไม่เข้าใจจากภาษา แต่ก็สามารถเข้าใจภาพที่สื่อออกมาได้ อ้นนิกับแฟน ก็พลัดกันแปลให้ฉันฟังบ้าง อัปปะจุงฮุคขอตัวกลับก่อน เมื่อหนังดำเนินไปได้เกือบครึ่งเรื่อง แล้วเมื่อหนังจบลงก็ถึงมาเวลา ที่ฉันต้องกลับบ้าง อ้นนิและอัปปะคิม ขับรถมาส่งฉันที่ฟุหมีฮึง พร้อมยืนรอรถเมล์ และข้ามถนนมาส่งฉันขึ้นรถเมล์ทั้งสองคน เป็นอะไรที่ประทับใจมากๆ ฉันกล่าวคำขอบคุณเป็นภาษาเกาหลีอีกครั้ง ก่อนจะขึ้นรถแล้วจากมา หวังว่าแกคงยังไม่เบื่อที่จะอ่านต่อไปนะ ฮ่าๆๆ มันดูไร้สาระตามแบบฉบับของฉันเลยใช่มั้ยละ ฉันแค่อยากจะเล่าให้แกฟังเท่านั้นละ ที่จริงฉันมี อีกหลายรายละเอียดที่จะเล่าให้แกฟังก่อนหน้านี้ แต่เมื่อถึงเวลาเขียนจริงๆ ฉันกลับลืมซะอย่างนั้น แต่ก็นะ ไม่เป็นไร นึกออกเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟังอีกทีนะ อ่อ ฉันแนบรูปนิดๆ หน่อยๆ พร้อมด้วยวีดีโอน่ารักๆ ของเจ้าดุงงิมาให้แกดูด้วย หวังว่าแกคงจะชอบ เพราะแกก็เป็นอีกคนที่รักน้องหมาอยู่แล้วนี่น่า ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะแก ช่วงนี้อากาศมันร้อน ร้อนแรง แดงเดือดไปหมด หวังว่าที่นั่นคงมีฝนตก ช่วยบรรเทาความร้อน และความทุกข์ยากไปบ้างนะ ท้ายสุดอย่าลืมกินผักช่วยโลกด้วยนะแก คิดถึงเสมอ เพื่อนสาวตัวน้อยของแก 回應 (8)
引用通告此內容的引用通告是: http://jaonim.spaces.live.com/blog/cns!C0FE4BF15533E4C1!1762.trak 引述這則內容的部落格
|
|
|